การกำหนดเซกเมนต์การเผยแพร่
แทนที่จะส่งการแจ้งเตือนไปยังลูกค้าทุกคนพร้อมกัน การเผยแพร่เฉพาะกลุ่มลูกค้า (เซกเมนต์) ที่กรองตามเงื่อนไขจะช่วยเพิ่มอัตราการเปิดอ่านและอัตราการมีส่วนร่วมได้อย่างมาก ReceiptRoller ช่วยให้ทางร้านสามารถสร้างเซกเมนต์ที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ได้อย่างอิสระ โดยผสมผสานข้อมูลลูกค้าหลากหลายรายการเข้าด้วยกัน
บทความนี้จะแนะนำวิธีสร้างเซกเมนต์ เงื่อนไขตัวกรองที่ใช้ได้ การพรีวิวจำนวนคนก่อนเผยแพร่ และตัวอย่างเซกเมนต์ที่ใช้บ่อย
เซกเมนต์คืออะไร
เซกเมนต์คือการตั้งค่าตัวกรองที่นำ "กลุ่มลูกค้าที่ตรงกับเงื่อนไข" มารวมไว้เป็นหนึ่งเดียวและสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ หากบันทึกเงื่อนไขที่ทางร้านใช้บ่อยๆ เช่น "สมาชิกโกลด์" "ไม่มาใช้บริการใน 30 วันที่ผ่านมา" "ลูกค้าที่เกิดเดือนนี้" ไว้เป็นเซกเมนต์ ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งเงื่อนไขใหม่ทุกครั้งที่เผยแพร่
เซกเมนต์เป็นแบบไดนามิก เซกเมนต์ที่บันทึกไว้ครั้งหนึ่งจะอ้างอิงข้อมูลลูกค้า ณ ขณะนั้นทุกครั้งที่เผยแพร่ และเนื้อหาจะถูกอัปเดตโดยอัตโนมัติ ลูกค้าที่ "เคยเป็นสมาชิกโกลด์จนถึงเดือนที่แล้ว แต่ตกลงมาเป็นซิลเวอร์ในเดือนนี้" จะถูกตัดออกจากเซกเมนต์โดยอัตโนมัติ
เงื่อนไขตัวกรองที่ใช้ได้
คุณสมบัติสมาชิก
- ระดับสมาชิก: ทั่วไป ซิลเวอร์ โกลด์ แพลตินัม ฯลฯ
- แหล่งออกเลขสมาชิก: ออกโดย POS หน้าร้าน ออกโดยแอป ออกด้วยตนเองโดยพนักงาน
- ช่องทางการลงทะเบียน: Web, iOS App, Android App, LINE Mini App, QR หน้าร้าน
- วันที่ลงทะเบียน: ภายใน ○ วันหลังลงทะเบียน / ก่อน ○ วัน
พฤติกรรมการมาใช้บริการ / การซื้อ
- จำนวนครั้งที่มาใช้บริการ: สะสมตั้งแต่ ○ ครั้งขึ้นไป / ไม่เกิน ○ ครั้ง
- วันที่มาใช้บริการล่าสุด: ภายใน ○ วันที่ผ่านมา / เกิน ○ วันที่ผ่านมา
- ยอดซื้อสะสม: ตั้งแต่ ○ เยนขึ้นไป / ตั้งแต่ ○ เยนถึง ○ เยน
- ยอดซื้อเฉลี่ย: ตั้งแต่ ○ เยนขึ้นไปต่อครั้ง
- หมวดหมู่การซื้อ: ลูกค้าที่ซื้อสินค้าในหมวดหมู่ที่ระบุ
คุณสมบัติส่วนบุคคล
- เดือนเกิด: เกิดวันนี้ / เกิดเดือน ○
- ช่วงอายุ: คำนวณจากอายุตอนลงทะเบียน
- เพศ: ชาย หญิง ไม่ระบุ
- พื้นที่ที่อยู่อาศัย: รหัสไปรษณีย์ จังหวัด
สถานะการรับการแจ้งเตือน
- การแจ้งเตือนแอป: อนุญาตแล้ว / ยังไม่ได้อนุญาต
- การเพิ่มเพื่อน LINE: เพิ่มแล้ว / ยังไม่ได้เพิ่ม
- การรับอีเมล: อนุญาตแล้ว / หยุดรับแล้ว
ร้าน (กรณีบริหารหลายสาขา)
- สาขาที่ลงทะเบียน: ลงทะเบียนที่สาขาใด
- สาขาหลักที่มาใช้บริการ: สาขาที่มาใช้บริการมากที่สุด
- จำนวนสาขาที่มาใช้บริการ: เพียง 1 สาขา / หลายสาขา
การผสมผสานเงื่อนไข (AND / OR)
สามารถผสมผสานหลายเงื่อนไขเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเซกเมนต์ที่แม่นยำยิ่งขึ้นได้
- AND (ตรงตามทุกเงื่อนไข): ตัวอย่างเช่น ลูกค้าที่เป็น "สมาชิกโกลด์" และ "ไม่มาใช้บริการใน 30 วันที่ผ่านมา"
- OR (ตรงตามเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง): ตัวอย่างเช่น ลูกค้าที่ "เกิดเดือนนี้" หรือ "เกิดเดือนที่แล้ว"
- NOT (ยกเว้น): ตัวอย่างเช่น "สมาชิกโกลด์" ยกเว้น "บัญชีทดสอบ"
เงื่อนไขสามารถซ้อนกันได้ ตัวอย่าง: (สมาชิกโกลด์ OR สมาชิกแพลตินัม) AND มีการมาใช้บริการใน 30 วันที่ผ่านมา AND อนุญาตการแจ้งเตือนแอปแล้ว
ตรวจสอบจำนวนคนก่อนเผยแพร่
เมื่อตั้งเงื่อนไขเซกเมนต์แล้ว จะมีการแสดงจำนวนลูกค้าที่ตรงตามเงื่อนไขแบบเรียลไทม์ปรากฏขึ้นทางด้านขวาของหน้าจอ เนื่องจากตัวเลขจะอัปเดตทุกครั้งที่เปลี่ยนเงื่อนไข จึงสามารถตรวจสอบได้ว่า "จะส่งถึงกี่คน" ก่อนการเผยแพร่
ตัวอย่างเช่น เมื่อเปลี่ยนจาก "ไม่มาใช้บริการใน 30 วันที่ผ่านมา" เป็น "ไม่มาใช้บริการใน 60 วันที่ผ่านมา" จะเห็นได้ทันทีว่าจำนวนคนเป้าหมายลดลง มีประโยชน์เมื่อต้องการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ว่าจะไม่ส่งถึงลูกค้านอกขอบเขตที่ตั้งใจไว้
ขั้นตอนการสร้างเซกเมนต์
- เปิดหน้าจัดการร้าน → "CRM" → "เซกเมนต์ลูกค้า"
- กด "สร้างเซกเมนต์ใหม่"
- กรอกชื่อเซกเมนต์ (ตัวอย่าง: "สมาชิกโกลด์ · ห่างหาย")
- เพิ่มเงื่อนไขตัวกรอง (สามารถเพิ่มได้หลายรายการ)
- สลับ AND / OR เพื่อผสมผสานเงื่อนไข
- ตรวจสอบจำนวนลูกค้าเป้าหมายที่แสดงทางด้านขวา
- กด "บันทึก" เพื่อสร้างเซกเมนต์
หลังจากบันทึกแล้ว จะสามารถเลือกเซกเมนต์ที่สร้างไว้ได้จากส่วนเลือก "ผู้รับ" ในหน้าจอเผยแพร่การแจ้งเตือน
ตัวอย่างเซกเมนต์ที่ใช้บ่อย
เซกเมนต์ต่อไปนี้ได้รับการยืนยันว่ามีประสิทธิภาพจากหลายร้าน กรุณาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการสร้างเซกเมนต์แรก
- ต้อนรับสมาชิกใหม่: ลูกค้าภายใน 7 วันหลังลงทะเบียน สำหรับการเผยแพร่คูปองต้อนรับ
- ปลุกลูกค้าที่ห่างหาย: ไม่มาใช้บริการ 30-90 วันที่ผ่านมา และเคยมาใช้บริการมาแล้วตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปในอดีต สำหรับแคมเปญ "นานๆ ทีก็แวะมา"
- คูปองวันเกิด: เดือนเกิดตรงกับเดือนนี้ สำหรับข้อเสนอพิเศษวันเกิด
- ลูกค้าลอยัลตี้: ยอดซื้อสะสมตั้งแต่ 100,000 เยนขึ้นไป หรือมาใช้บริการตั้งแต่ 20 ครั้งขึ้นไป สำหรับข้อเสนอพิเศษเฉพาะ VIP
- ใกล้ปรับระดับ: ก้าวไปอีกนิดจนถึงเกณฑ์ระดับถัดไป สำหรับแคมเปญ "อีกแค่ ○ เยนก็ปรับระดับ"
- เชื่อมโยงตามหมวดหมู่: แนะนำอุปกรณ์กาแฟให้ลูกค้าที่ซื้อเมล็ดกาแฟเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นต้น
- จำกัดพื้นที่ใกล้เคียง: ลูกค้าที่อยู่ในรหัสไปรษณีย์รัศมี 3 กม. จากร้าน สำหรับการเผยแพร่แทนแผ่นพับ
การเผยแพร่แบบเฉพาะกิจ (ไม่บันทึกเซกเมนต์)
หากเป็นการเผยแพร่เพียงครั้งเดียว สามารถระบุเงื่อนไขโดยตรงและเผยแพร่โดยไม่บันทึกเซกเมนต์ก็ได้ ในหน้าจอเผยแพร่ให้เลือก "ระบุเงื่อนไขโดยตรง" ตั้งตัวกรองแล้วเผยแพร่ได้ทันที สะดวกในกรณีที่ไม่มีแผนจะใช้เงื่อนไขเดียวกันซ้ำในภายหลัง
การจัดการเซกเมนต์
- การแก้ไข: เซกเมนต์ที่บันทึกไว้แล้วสามารถเปลี่ยนเงื่อนไขในภายหลังได้ การเปลี่ยนแปลงจะสะท้อนตั้งแต่การเผยแพร่ครั้งถัดไป
- การทำสำเนา: เมื่อต้องการสร้างเซกเมนต์ที่มีเงื่อนไขคล้ายกัน การทำสำเนาเซกเมนต์ที่มีอยู่แล้วมาแก้ไขจะมีประสิทธิภาพมากกว่า
- การลบ: เซกเมนต์ที่ไม่ได้ใช้แล้วสามารถลบได้ ประวัติการเผยแพร่ในอดีตจะยังคงถูกเก็บรักษาไว้
- การใช้งานร่วมกัน: เซกเมนต์จะถูกใช้งานร่วมกันภายในบัญชีธุรกิจของทางร้าน สมาชิกคนอื่นสามารถเลือกเซกเมนต์ที่สร้างไว้ตอนเผยแพร่ได้เช่นกัน
ข้อควรระวัง
- เนื่องจากเซกเมนต์จะถูกอัปเดตแบบไดนามิก จำนวนผู้รับอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาที่ดำเนินการจริงของการเผยแพร่ ตัวอย่างเช่น หลังตั้งการเผยแพร่แบบตั้งเวลาไว้แล้ว หากมีสมาชิกใหม่ที่ตรงตามเงื่อนไขเพิ่มขึ้นก่อนถึงเวลาดำเนินการจริง สมาชิกใหม่เหล่านั้นก็จะได้รับการเผยแพร่ด้วยเช่นกัน
- ยิ่งเงื่อนไขซับซ้อนมากเท่าไร อาจใช้เวลาในการคำนวณตอนดำเนินการเผยแพร่จริงนานขึ้น (กรณีฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่)
- การเผยแพร่แบบ "ส่งถึงลูกค้าคนนี้คนเดียว" โดยระบุตัวบุคคล กรุณาดำเนินการจาก "เผยแพร่รายบุคคล" ในหน้าจอโปรไฟล์ลูกค้า เซกเมนต์เป็นฟังก์ชันที่ออกแบบมาสำหรับกลุ่มเป้าหมายหลายคน
บทความที่เกี่ยวข้อง
-
เซกเมนต์ลูกค้าสามารถแบ่งประเภทลูกค้าตามคุณลักษณะได้โดยใช้แท็กและกลุ่ม การใช้เซกเมนต์ช่วยให้ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายได้ แทนที่จะส่งข้อความเดียวกันให้ลูกค้าทุกคน สามารถสร้างเซกเมนต์ได้ด้วยเงื่อนไข เช่น จำนวนครั้งที่มาร้าน ยอดซื้อ และระดับสมาชิก
-
โปรโมชันตามกลุ่มลูกค้าสามารถส่งคูปองหรือสิทธิพิเศษที่เจาะจงเฉพาะเซกเมนต์ได้โดยเชื่อมโยงกับข้อมูลลูกค้าใน CRM แทนที่จะส่งเนื้อหาเดียวกันให้ลูกค้าทุกคน การจำกัดกลุ่มเป้าหมายตามพื้นที่ ช่วงอายุ และระดับสมาชิกจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโปรโมชัน